Home // Posts tagged "หนังสือต่างประเทศ" (Page 2)

ภาพวาดของทิเชียน

ภาพวาดของทิเชียนได้รับเรื่องของการจัดนิทรรศการและการศึกษานับไม่ถ้วนประวัติ ศาสตร์ศิลปะ แต่ชีวประวัติใหม่ชีล่าเฮลเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความยาวครั้งแรกของนาย Venetian ตั้งแต่ 1,877 และมันไม่ได้ใช้เวลานานเพื่อดูว่าทำไม แม้ว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ยาวนานธรรมดาในยุค 80 กลางของเขามันไม่ได้เป็นที่น่าตื่นเต้นมากหนึ่ง เขาเกือบจะไม่เคยออกจากเวนิซที่เขามีคู่แข่งที่แท้จริงไม่ให้มากที่สุดศิลปะ; Tintoretto และ Veronese ได้มากน้อย ปฏิบัติ งานของเขายังคงไม่ชัดเจนเนื่องจากเป็นเฮเขียน “นักเขียนในศตวรรษที่ 16 ศิลปะคิดว่ามันไม่เหมาะสมที่จะอธิบายการกระทำทางกายภาพของการวาดภาพ.” เขาเป็นซื่อสัตย์กับภรรยาคนแรกของเขาและแม้ว่าเขาจะแต่งงานหลังจากการตายของเธอที่เราไม่ได้รู้ว่าชื่อของคู่สมรสที่สองของเขา จดหมาย ที่เขาเขียนส่วนใหญ่กังวลเรื่องของการบัญชีแห้ง – “ผมไม่เห็นว่าฉันสามารถหวังที่จะได้รับที่เคยชำระที่กำหนดกรุณาแจ้งให้ฉัน” ที่จัดเรียงของสิ่ง – และอีกหลายแห่งที่ถูกเขียนจริงโดยเลขานุการ

ดี ที่สุดของทั้งหมดคือการศึกษาของเธอของ Pietro Aretino หนึ่งของเพื่อนที่ดีที่สุดของทิเชียน, “โลภ, PowerBroker ไร้ยางอายและบ้าเซ็กส์มาก” ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในวันนี้สำหรับบทกวีของเขาลามก (Titian วาดภาพสามของเขาคนหนึ่งซึ่งแขวนอยู่ที่คอลเลกชัน Frick ใน New York.) เรื่องธรรมชาติมากขึ้นสำหรับชีวประวัติกว่า Titian, recurs Aretino ในหนังสือเล่มนี้เป็นผู้ประกอบการยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาสมบูรณ์เร่งรีบ จากวาติกัน – ที่เขา จูบเท้าของสมเด็จพระสันตะปาปาจูเลียส iii – เพื่อโสเภณีของ Grand Canal หนึ่งในจดหมายที่เขาสรรเสริญโสเภณีที่มีชื่อเสียงสำหรับ “วางหน้ากากของความดีงามบนใบหน้าของความต้องการทางเพศ.” หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ในสตูดิโอของทิเชียนซึ่งเธอกลายเป็นแบบจำลองสำหรับดาวรุ่งของเออร์บิโนของเขาตอนนี้ Uffizi ในฟลอเรนซ์

เว นิซในศตวรรษที่ 16 คือเฟื่องฟูเฮฮา: ปัญญาและความก้าวหน้าศาสนามันทำหน้าที่เป็นจุดผสมสำหรับผู้อพยพจากทางทิศ ตะวันออกและทิศตะวันตกและเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิขยาย ทศวรรษที่ผ่านมาหลังจากนั้นไม่กี่ของเวนิสรุ่งเรืองก็หายไป เฮ ลไม่ชื่นชมงานปล้นสถานที่ท่องเที่ยวและกลิ่นของสาธารณรัฐสงบที่สุดและผู้ค้า patricians และของแสดงให้เห็นว่าเมืองหล่อเลี้ยงหนึ่งในจิตรกรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ ประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก แต่ เรื่องของประวัติของเธอยังคงเกินความเข้าใจซึ่งเป็นเพียงเช่นกันเธอ: ขณะที่เธอก็จะได้รับทราบความฉลาดของทิเชียนอยู่ไม่ได้อยู่ในการติดต่อหรือ บัญชีแยกประเภทของธนาคาร แต่ภาพวาดของเขา

ภาพของทิเชียนสามารถกวาดอย่างเช่นการข่มขืนของ Europa, หรือผมยกเช่นชิ้นเอกของเขา Flaying จาก Marsyas ชีวิตของเขา แต่เป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม; เขาเป็นธุรกิจที่มีใจสเติร์นและระบุลึกด้วยการจัดตั้ง และที่มากกว่า 800 หน้าประวัตินี้ครางภายใต้น้ำหนักของการวิจัยของเฮล ผู้ เชี่ยวชาญอาจไม่จริงๆดูแลเพียงวิธีการหลายโปรย Titian ที่ได้รับสำหรับภาพนี้หรือว่าหรือว่าเขาได้ลูกพี่ลูกน้องของเขาได้รับการ แต่งตั้งเป็นทนายความที่ศาล

perks หนังสือขึ้นเมื่อจางหายไปในพื้นหลัง Titian และแข็งแรงจะเปลี่ยนความสนใจของเธอกับเพื่อนและลูกค้าของเขา เรา ปฏิบัติตามฟิลิปที่สองกษัตริย์สเปนกล้าได้กล้าเสียสำหรับผู้ที่ Titian วาดเซ็กซี่รำคาญ Danae ของเขา; ชาร์ลส์วีจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ที่เสียชีวิตจ้องมองทิเชียนความรัก ของทรินิตี้; Ippolito de Medici “ป๋อ, ใจแตก, กระสับกระส่ายหนุ่มนรก ระดม “ที่แม้ความอยากอาหารทางเพศของเขากลายเป็นพระคาร์ดินัลในโรมและเก็บทั้งดุ๊กและ doges

Russo

Russo’s mother was an anomaly in the Gloversville of his youth: young herself and pretty, she was separated from Russo’s father and had a good office job working for GE in a nearby town. Mother and son lived in an apartment in a two-family house owned by his grandparents. As a boy, Russo remembers being “happy as a clam,” particularly given the sweet, just-the-two-of-us-type relationship he had with his mother. In a few short sentences at the beginning of the book, he vividly summons up the compact world of the Gloversville of his childhood:


But the refusal to go easy on himself, to settle for the standard reassurance that he did the best that he could do, is what makes Russo as penetrating a memoirist here as he is a novelist. For “thirty-five years,” Russo tells readers, he and his wife joked that they “never went [away] anywhere for longer than it took for … milk to spoil.”

Although his mother’s death has finally liberated Russo from his sentry duty, he’s kept her under his watch by writing this intense memoir. It turns out that it’s hard to shake off a lifetime routine of taking care of your own.

What sucked the life out of Gloversville were some of the same vampiric forces that turned vibrant small towns into husks all over the United States in the latter half of the 20th century. The demand for gloves decreased; what factories remained skedaddled overseas; workers lost their bargaining power. In 1967, when he was 18, Russo grabbed a lifeline out in the form of an acceptance letter to the University of Arizona. But he didn’t exit Gloversville alone: Sitting beside Russo in the passenger seat of his wheezing Ford Galaxy, all throughout that long cross-country drive, was his mother. She’d decided it was time to vamoose, too, and who better to escape with than the son whom she always called her “rock.”

Another son, understandably, would have pressed the eject button, but Russo seems to have had reserves of compassion for his anxious, insatiably dependent mother — more compassion, in fact, than he shows for himself.

Something must have been in the tap water in Gloversville, N.Y., during the 1950s when Richard Russo was growing up there — something, that is, besides the formaldehyde, chlorine, lime, lead, sulfuric acid and other toxic byproducts that the town’s tanneries leaked out daily.

But one day, a droplet of mead must have fallen into the local reservoir and Russo gulped it down, because, boy, does he have the poet’s gift. In a paragraph or even a phrase, Russo can summon up a whole world, and the world he writes most poignantly about is that of the industrial white working class.

Russo is the Bruce Springsteen of novelists; in fact, Springsteen’s latest proletarian pride anthem, “We Take Care of Our Own,” kept playing in my head as I read Russo’s latest book, the memoir Elsewhere. Russo knows what it means to take care of your own. In Elsewhere, he writes with his distinctive smarts and humor about his childhood and his still conflicted class emigration from blue-collar kid to college professor and writer. Most of all, though, Elsewhere is a gorgeously nuanced memoir about his mother and Russo’s own lifelong tour of duty spent — lovingly and exhaustedly — looking out for her.

At the close of Elsewhere, when Russo’s by now elderly mother has died, he berates himself for having “flatlined” on her, in latter years just going through the motions of caretaking. It’s a terribly stern self-accounting and a guaranteed guilt-inducer for those of us readers who are ourselves taking care of elderly parents, with perhaps less graceful consistency.

ประโยชน์จากหนังสือ part1

ทุกวันนี้รอบตัวเราเต็มไปด้วยความรู้ใหม่ๆทั้งสิ้น หากต้องการจะก้าวทันโลกนั้นนับว่าทำได้ยากยิ่งการแสวงหาความรู้ใหม่ๆให้ทันโลกนั้นมีหลากหลายทางมากขึ้นทั้ง อินเตอร์เน็ต หนังสือ วิทยุและสื่อทางโทรทัศน์ต่างๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือรูปแบบของหนังสือที่ยังคงคุณค่าทั้งการเก็บสะสม และรูปเล่มที่สวยงามเรามีความสนใจทั้งหนังสือธุรกิจ หนังสือนิยายต่างๆที่เหล่านักเขียนทยอยนำเรื่องราวที่น่าอัศจรรย์มาลงบนตัวน้ำหมึกเมื่ออ่านแล้ว ราวหลุดลอยไปกับเรื่องราวที่บรรจงเขียนขึ้นมา แลัเรื่องต่างๆพวกนี้ก็ต่างให้แง่คิดที่น่าสนใจมากมายครับ ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต การเรียน แถมยังฝึกสมองให้มีการพัฒนาเจริญเติบโตได้อย่างดีทีเดียวครับ หนังสือเราควารอ่านตั้งแต่เด็กๆครับ หนังสือเด็กมีมากมายให้เราเลือกสรรค์ครับ จากรูปภาพสวยๆ จนไปถึงตัวอัการที่ฝึกการออกเสียงที่ท่านไม่ควรพลาดจับจองให้ลูกเราได้มีพัฒนาการเหนือเด็กอื่นๆครับ และโตขึ้นมาก็จะยกความยากขึ้นไปอีกหน่อยเป็นหนังสือนิยายสั้นๆ ให้แง่คิดความรู้ ทำการเจริญเป็นผู้ใหญ่นั้นสมบูรณ์ยิ่งขึ้น การเป็นคนดีในสมัยนี้นั้นไม่ง่ายเลยนะครับผมคิดว่า การทำหนังสือนี่แหละ ยอดเยี่ยมที่สุดในการบำรุงสมอง ประโยชน์ของหนังสือยังมีอีกมากมายครับ ไว้คอยติดตามต่อในตอนหน้าครับ วันี้ขอลาไปก่อนสวัสดีครับ

รีวิวหนังสือ The Endgame

Although “The Endgame” tells the story of the wrap-up of Operation Iraqi Freedom, as the war was known formally, it also retraces some of the events covered in “Cobra II,” their account of the first phase of the war. This enables “The Endgame” to stand alone. However, readers would be advised at least to peruse the earlier volume for added context.

The task the authors undertook was prodigious because the Iraq conflict was such a complex situation. At times, it was at least 10 separate conflicts occurring in the same country, with coalition forces fighting a combination of foreign jihadists, Baathist holdouts, disaffected Sunni sheiks, anti-American Shiite elements and Iranian agents. Added to this witch’s brew were the aspirations of the Kurds in the north who controlled an autonomous region. Even those of us who served in Iraq multiple times could not say that we understood the war; we only knew the small slice of it that we fought. Despite this, Mr. Gordon and Mr. Trainor are able to explain this complex jumble in a way that keeps the reader turning the pages.

The authors are particularly adept at debunking the claims of revisionists who view the Iraq surge and the Sunni Awakening as unrelated events with no cause-and-effect relationship. They build a strong case that the two events were closely related and mutually supporting.

Published as it has been on the eve of the presidential election, the book will not enhance President Obama’s claims to be an effective war leader. The Obama administration’s handling of the war receives some very sharp scrutiny from the authors. Particularly damning is their portrayal of Mr. Obama’s ambassador, Christopher Hill, who appears pigheaded and inept in his dealings with the U. S. military, coddling an Iraqi government badly in need of adult supervision. The authors paint the picture of a president so anxious to get out of Iraq that he was willing to ignore the strategic consequences of the failure to arrange a long-term strategic partnership that would have kept us close to this vital oil-producing country.

While extolling the virtues of our fighting forces and working civilians in the field, Mr. Trainor and Mr. Gordon have mixed reviews of the senior military leadership, particularly that of Gen. George W. Casey Jr., who also is portrayed as overly eager to get our troops out of Iraq. He appeared to ignore the signs that the country was descending into the chaos of sectarian civil war. Gen. David H. Petraeus gets far better marks for his handling of the surge and its synchronization with the Sunni Awakening.

The authors also are hard on President Bush’s blue-ribbon Iraq Study Group, which provided some shaky advice on how to end the war. I had the opportunity to run a war game for the chairman of the Joint Chiefs of Staff on the feasibility of those recommendations shortly after they were published. The results were dismal. It appeared to us that the study group’s members were suffering from groupthink. The book notes that only former Sen. Charles S. Robb had the moral courage to dissent from the group’s findings, and the authors think he was correct.

Mr. Trainor and Mr. Gordon make a good writing team. As a retired general, Mr. Trainor can sort through the minutia of reports and military correspondence to determine what is militarily important, and Mr. Gordon, a veteran reporter, is able to do the same on the political side. One hopes they will be better treated by reviews of this volume than by reviews of their first book, “The Generals’ War.” The New York Times allowed an author with a competing book on the market to slam theirs; it was one of the most unprofessional literary incidents of the past decade.

To sum up the book for the reader: A Republican administration blundered into the Iraq War, and a Democratic administration stumbled out of it. Through it all, rank-and-file soldiers and civilian professionals saved our bacon by making chicken salad out of chicken droppings. The devil of the story is in the details, and the authors do a superb job of providing them.