Home // Book interview // ละครเวทีที่น่าชม

ละครเวทีที่น่าชม

ถ้าจะเข้าไปดูโดยพกความเข้าใจว่าการแสดงชุดนี้เป็นละครก็ต้องวรื้อชุดความคิดทำความเข้าใจซะใหม่ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปรู้สึกผิดหวัง หรือไม่เข้าใจการแสดงชิ้นนี้ เพราะการแสดงชิ้นนี้ก็ประกาศตนไว้

แต่แรกแล้วว่าเป็นคอนเสิร์ตไม่ได้เป็นละครเวทีแต่อย่างใดเริ่มการแสดงมาก็จะเป็นการร้องเพลงที่มีเนื้อร้องเกี่ยวโยงกับคำว่าน้ำอยู่ตลอด ซึ่งถ้ามองแบบค่อยเป็นค่อยไปตัวโครงสร้างการดำเนินเรื่องของการแสดงก็ดูจะเป็นการค่อยนำเสนอเหตุการณ์น้ำท่วมตั้งแต่ต้นไปจนจบ เช่นว่าเริ่มจากตอนที่ฝนตก ตอนที่น้ำเริ่มท่วม และตอนที่น้ำท่วมหนัก โดยตัวละครสามคนหรือสามชายนี้ก็มีคาแรคเตอรืที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งไม่ได้เป็นคาแรคเตอร์ตัวละครแต่เป็นคาแรคเตอร์เป็นภาพแทนของชนชั้น ที่ดูเหมือนจะถูกจำแนกแยกแยะด้วย บทเลง ที่ถูกนำมาขับร้อง เช่นว่าชนชั้นสูงก็จะเป็นคนที่ร้องเพลงฝรั่งเรียบๆเนี้ยบๆ ชนชั้นกลางก็ยังคงเป็นเพลงฝรั่งบ้างไทยบ้างแต่จังหวะฟังง่ายเข้าถึงคนหมู่มากได้ ส่วนชนชั้นล่างก็นำเสนอผ่านบทเพลงที่เป็นลูกทุ่ง ซึ่งในส่วนนี้การแสดงเหมือนจะเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเสียมากกว่า เพราะเป็นเพียงการพูดถึงเหตุการณ์ความเชื่อมโยงกันของเหตุการณ์และสถานะทางสังคมโดยที่ไม่ได้ตัดสินไปในทางใดว่าใครดีใครไม่ดีในช่วงเวลายากลำบากแต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือเราจะเห็นทัศนคติที่ชนชั้นต่างๆมองโลกนี้ผ่านบทเพลงที่ถูกพวกเขานำมาขับร้อง ซึ่งก็พอจะเป็นภาพสะท้อนให้เห็นได้ลางๆว่าในช่วงเวลาที่เป็นวิกฤตแบบนั้นคนแต่ละกลุ่มมีทัศนคติอย่างไร หรือจะเห็นได้ในจังหวะที่เป็นการที่ทั้งสามตัวละครร้องเพลงพร้อมกันและมีการแย่งบทบาทกัน เหมือนเป็นการนำเสนอบทบาทความก่อนความหลังความสำคัญของสังคมไทยที่ถูกสะท้อนออกมาผ่านทางละคร แต่ความต่างที่ดำรงอยู่ในตอนแรกนั้นก็เลือนลางลงไปเมื่อเข้าสู่ช่วงที่เป็นเหมือนจังหวะผ่อนของละคร และจากนั้นก็กลับกลายเป็นละลายความแตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนในตอนต้น ให้กลายเป็นหมู่มวลที่กลมกลืนกันละครเหมือนกำลังจะบอกว่า ในสังคมเรานั้นมีรูปแบบของคนแต่ละประเภทแตกต่างกัน มีความคิดและมุมมองแตกต่างกัน แต่มันก็ไม่สำคัญเท่าไหร่นักเพราะเราก็ต้องเจอปัญหาเดียวกันและอยู่ร่วมกัน เราควระจะละลายความต่างและรวมเป็นหนึ่งช่วยกันก้าวผ่านอุปสรรคไปให้ได้ ซึ่งก็จะดูงุนงันเล็กน้อยที่ตอนจบเหมือนจะกลายเป็นฉากสอนใจสร้างค่านิยมและทัศนคติให้กับคนดูด้วยการวางบทบาทของตัวละครให้เป็นกลุ่มคนประเภทหนึ่ง โดยภาพรวมแล้วการนำเสนอมาในรูปแบบคอนเสิร์ตน่าจะเป็นไปด้วยดีเพราะถ้าหากมาเป็นละครเล่าเรื่องอาจจะทำให้เกิดความประหลักประเหลื่อขั้นสุดกว่านี้ แต่พอนำเสนอแบบนี้มันก็ดูจะเป็นการแสดงที่กลมกลืนกันไป แต่ยังน่าติดใจตรงที่ว่าก็กลายเป็นว่ากลมกลืนกันไปจนแยกประเด็นออกมาแทบไม่ได้ และการที่ตัวละครร้องเพลงภาษาอังกฤษก็อาจจะทำให้เข้าถึงคนดูได้ไม่ทุกระดับ

การแสดงโดยรวมนักแสดงร้องเพลงได้อย่างไพเราสุดยอดอย่างมหาศาลมากๆ มีการออกแบบลีลาได้ดีพอสมควร แต่ยังคงมีปัญหาบ้างเรื่องของจังหวะความพร้อมอะไรต่างๆ การออกแบบแสงก็ไปสนับสนุนตัวละครแต่ละตัวได้อย่างดี เช่นว่าตัวละครตัวนี้เป็นแบบไหน มีมุมมองอย่างไร แสงก็ออกแบบมาให้สนับสนุนกับความเป็นตัวละครตัวนั้นๆ โดยรวมๆแล้วก็เป็นการแสดงที่ดีมีคุณภาพ มีต้งปรับปรุงแก้ไขบ้างเล็กน้อย และสาระสำคัญของเรื่องที่อาจจะเข้าถึงคนไม่ได้เท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นการทดลองการเล่าเรื่องผ่านสื่อแบบใหม่ได้อย่างน่าสนใจไม่น้อย

Posted in Book interview, Book Review, นวนิยายสืบสวน, นักประพันธ์, สัมภาษณ์นักเขียน, หนังสือชีวประวัติ and tagged as , , ,